ข่าว

heading-ข่าว

"ประกันสังคม" VS "สิทธิบัตรทอง" เหมือนหรือต่างกันอย่างไร

28 ก.พ. 2568 | 18:05 น.
"ประกันสังคม" VS "สิทธิบัตรทอง" เหมือนหรือต่างกันอย่างไร

สำนักงานประกันสังคม ออกมาให้ข้อมูล เปรียบเทียบ ประกันสังคม VS สิทธิบัตรทอง เหมือนหรือต่างกันอย่างไร ในที่นี้มีคำตอบ

ประกันสังคม VS สิทธิบัตรทอง เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร ?

1. การเข้ารับบริการ


•    ประกันสังคม ผู้ใช้สิทธิต้องเข้ารับบริการที่โรงพยาบาลคู่สัญญาที่เลือกไว้ จำนวน 272 แห่ง และคู่สัญญาอีก 2,347 แห่ง และสามารถเปลี่ยนโรงพยาบาลได้ปีละ 1 ครั้ง


(กรณีมีความจำเป็น สามารถเปลี่ยนระหว่างปีได้ เช่นกรณีเปลี่ยนที่อยู่ หรือที่ทำงาน)
•    บัตรทอง สามารถเข้ารับการรักษาที่สถานพยาบาลในระบบบัตรทองได้ทุกแห่ง แต่ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขปฐมภูมิ เช่น ต้องเริ่มต้นที่สถานพยาบาลใกล้บ้านก่อน
 
2. การส่งต่อผู้ป่วย


•    ประกันสังคม ทั้งระบบประกันสังคมโรงพยาบาลสามารถส่งต่อผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลที่มีศักยภาพสูงกว่า
•    บัตรทอง สามารถใช้ใบส่งตัวเพื่อรับการรักษาในโรงพยาบาลที่สูงขึ้นตามระบบที่กำหนด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

heading-ข่าวที่เกี่ยวข้อง

\"ประกันสังคม\" VS \"สิทธิบัตรทอง\" เหมือนหรือต่างกันอย่างไร

3. การรับยาที่ร้านยาใกล้บ้าน
•    ประกันสังคมสามารถรับยาที่คลินิกเครือข่าย 2,000 กว่าแห่งและใช้สิทธิพื้นฐาน ผู้ประกันตนสามารถรับยาได้ที่ร้านขายยาใกล้บ้านได้
•    บัตรทอง สามารถรับยาที่ร้านยาใกล้บ้านได้
 
4. ทันตกรรม
•    ประกันสังคม สามารถใช้สิทธิในการถอนฟัน อุดฟัน และขูดหินปูนได้ แต่มีวงเงินจำกัดที่ 900 บาทต่อปี (เอกชน 5,335 แห่ง รัฐ 10,654 แห่ง  และมีบริการรถทันตกรรมเคลื่อนที่  25 แห่ง
•    บัตรทอง ครอบคลุมบริการพื้นฐานเช่นเดียวกับประกันสังคม แต่ไม่มีการกำหนดวงเงินสูงสุด  ปีละ 3 ครั้ง
 
5. การคลอดบุตร
•    ประกันสังคม มีวงเงินช่วยเหลือค่าคลอดบุตร 15,000 บาทต่อครั้ง กำลังจะปรับเพิ่มเป็น 20,000 บาทต่อครั้งและสามารถเบิกเงินสงเคราะห์บุตรเพื่อการหยุดงานได้
•    บัตรทอง ไม่จำกัดค่าใช้จ่ายในการคลอดบุตร
 

6. การรักษามะเร็ง
•    ประกันสังคม สามารถรักษามะเร็งที่รพ.ประกันสังคมซึ่งเป็นรพ.ขนาดใหญ่ระดับ 100 เตียงขึ้นไปและรพ.ระดับสูงได้แก่ รพ.ที่เป็นโรงเรียนแพทย์ อีกทั้งเพิ่มแนวทาง SSO cancer care สามารถรักษาในรพ.ที่มีศักยภาพสูงด้านมะเร็ง ได้


•    บัตรทอง ใช้แนวทาง “Cancer Anywhere” ซึ่งหมายความว่าผู้ป่วยสามารถเข้ารับการรักษามะเร็งได้ทุกที่ที่มีระบบบัตรทองรองรับ รวมถึงโรงเรียนแพทย์ 

\"ประกันสังคม\" VS \"สิทธิบัตรทอง\" เหมือนหรือต่างกันอย่างไร
 
7. การดูแลระยะสุดท้าย
•    ประกันสังคม ให้บริการในโรงพยาบาลคู่สัญญา เครือข่าย พร้อมส่งต่อในรพ. ที่มีศักยภาพสูงกว่า ดูแลครบวงจร


•    บัตรทอง สามารถรับบริการดูแลแบบประคับประคองในหน่วยบริการปฐมภูมิ-สหวิชาชีพในชุมชน


•    การเลือกใช้สิทธิระหว่าง ประกันสังคม และ บัตรทอง ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของแต่ละบุคคล หากเป็นพนักงานบริษัทที่มีประกันสังคม อาจต้องใช้สิทธิในโรงพยาบาลที่เลือกไว้เท่านั้น ขณะที่ บัตรทองมีความยืดหยุ่นมากกว่า ในแง่ของการเข้ารับบริการ โดยการคลอดบุตรที่ไม่จำกัดค่าใช้จ่าย(ประกันสังคมไม่จำกัดค่าใช้จ่ายในการรักษามะเร็ง)

ส่วนค่ารักษาเกี่ยวกับฟัน


 
รักษารากฟัน
•    บัตรทอง : รักษารากฟันแท้ ใส่รากฟันเทียม ไม่เสียค่าใช้จ่าย  
•    ประกันสังคม : ไม่รวมอยู่ในสิทธิ ดังนั้นต้องเสียค่าใช้จ่ายเอง 
 
ศัลยศาสตร์ช่องปาก

•    บัตรทอง : รักษาได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย  
•    ประกันสังคม : โรคหรืออุบัติเหตุทางช่องปาก เข้ารักษาที่รพ.ตามสิทธิได้ ไม่เสียค่าใช่จ่าย
 
ตรวจฟัน
•    บัตรทอง : ตรวจวินิจฉัยโรค เอกซเรย์ฟัน รวมถึงการให้ยาก่อนและหลังการรักษา โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
•    ประกันสังคม : รวมอยู่ในค่ารักษา 900 บาท ทั้งนี้ การตรวจสุขภาพช่องปากขัดและทำความสะอาดฟัน เป็นสิทธิพื้นฐานที่คนไทยทุกคนมีสิทธิได้รับยังหน่วยบริการที่สปสช.กำหนด
 
เคลือบฟลูออไรด์


•    บัตรทอง : รักษาได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ประกันสังคม :  การเคลือบฟลูออไรด์เป็นสิทธิพื้นฐานที่คนไทยทุกคนมีสิทธิได้รับยังหน่วยบริการที่สปสช.กำหนด


 
ขูดหินปูน อุดฟัน ถอนฟัน ผ่าฟันคุด
•    บัตรทอง : รักษาได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย  
•    ประกันสังคม : รักษาได้ในวงเงินไม่เกิน 900 บาท/ปี หากมีส่วนเกินจะต้องจ่ายเอง 
 


รักษาโรคเหงือก ปริทันต์
•    บัตรทอง : รักษาได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย  
•    ประกันสังคม : ไม่รวมอยู่ในสิทธิ ดังนั้นต้องเสียค่าใช้จ่ายเอง
 
การใส่ฟันเทียม ฟันปลอม


•    บัตรทอง : ใส่ฟันเทียมฐานอะคริลิกได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย
ประกันสังคม : ไม่กำหนดชนิดวัสดุฟันปลอม
•    ใส่ฟันเทียมฐานอะคริลิกชนิดถอดได้บางส่วน จำนวน 1-5 ซี่ เบิกได้ไม่เกิน 1,300 บาท
•    ใส่ฟันเทียมฐานอะคริลิกชนิดถอดได้บางส่วน จำนวนมากกว่า 5 ซี่ เบิกได้ไม่เกิน 1,500 บาท
•    ใส่ฟันปลอมชนิดถอดได้ทั้งปากบนหรือล่าง เบิกได้เท่าที่จ่ายจริงในวงเงินไม่เกิน 2,400 บาท ภายในระยะเวลา 5 ปี นับแต่วันที่ใส่ฟันเทียม
•    ใส่ฟันปลอมชนิดถอดได้ทั้งปากบนและล่าง เบิกได้เท่าที่จ่ายจริงในวงเงินไม่เกิน 4,400 บาท ภายในระยะเวลา 5 ปี นับแต่วันที่ใส่ฟันเทียม
 
 
นอกจากนี้ผู้ประกันตนจะต้องสำรองจ่ายค่าใส่ฟันปลอมไปก่อน จากนั้นค่อยนำเอกสารและใบเสร็จรับเงินไปติดต่อเบิกได้ที่สำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่ ข้อมูลล่าสุด 27 ก.พ. 68 หากมีการอัปเดตเพิ่มเติมจะรีบแจ้งให้ทราบ

ข่าวล่าสุด

heading-ข่าวล่าสุด

ข่าวเด่น

แบรนด์เครื่องสำอางดังเกาหลี ประกาศกำหนดขายสุดท้าย ก่อนเลิกจำหน่ายในไทย

แบรนด์เครื่องสำอางดังเกาหลี ประกาศกำหนดขายสุดท้าย ก่อนเลิกจำหน่ายในไทย

"สารวัตรแจ๊ะ" เล่าภารกิจตามหาผู้มีพระคุณ ผู้ชุบชีวิตทารกน้อยจากแดนไกล

"สารวัตรแจ๊ะ" เล่าภารกิจตามหาผู้มีพระคุณ ผู้ชุบชีวิตทารกน้อยจากแดนไกล

ผลสลากออมสิน 1 มี.ค.68 ตรวจสลากออมสินพิเศษ 2 ปี 1/03/68 หวยออมสินวันนี้

ผลสลากออมสิน 1 มี.ค.68 ตรวจสลากออมสินพิเศษ 2 ปี 1/03/68 หวยออมสินวันนี้

"ต้นอ้อ" บุกช่วย ด.ญ. 6 ขวบ ถูกแม่หลอนจับขัง อ้างระแวง รปภ. ทำร้าย

"ต้นอ้อ" บุกช่วย ด.ญ. 6 ขวบ ถูกแม่หลอนจับขัง อ้างระแวง รปภ. ทำร้าย

รวบตัว "เจ๊พัส" ปล่อยกู้ออนไลน์ดอกเบี้ยโหด โพสต์ข่มขู่ประจานลูกหนี้

รวบตัว "เจ๊พัส" ปล่อยกู้ออนไลน์ดอกเบี้ยโหด โพสต์ข่มขู่ประจานลูกหนี้