ฮือฮาทั้งสภา ไต่สวนซากคล้ายมัมมี่เอเลี่ยน ที่ค้นพบในเปรู อายุนับ 1,000 ปี

14 กันยายน 2566

ฮือฮาทั้งสภา เม็กซิโกไต่สวนซากสิ่งมีชีวิตที่ไม่ใช่มนุษย์ ลักษณะคล้ายมัมมี่เอเลี่ยน ที่ค้นพบในเปรู อายุนับ 1,000 ปี

ฮือฮาทั้งสภา ไต่สวนซากคล้ายมัมมี่เอเลี่ยน ที่ค้นพบในเปรู อายุนับ 1,000 ปี : รัฐสภาของเม็กซิโก สร้างความฮือฮาด้วยการเปิดการไต่สวนสาธารณะสิ่งที่เรียกว่า "ไม่ใช่มนุษย์" (non-human) เมื่อวันอังคาร (12 กันยายน 2566) พร้อมกับหลักฐานเป็นซากฟอสซิลของสิ่งมีชีวิตนอกโลก (Alien) จำนวน 2 ร่าง ที่นอนอยู่ในตู้กระจก 

 

 


โดยการไต่สวนสาธารณะเพื่อการรับฟังข้อมูลที่สะท้อนว่า "มนุษย์เราไม่ได้อยู่เพียงลำพัง" ในจักรวาลนี้ ที่เรียกว่า "ปรากฏการณ์ผิดปกติที่ระบุไม่ได้" หรือ UAP (Unidentified Anomalous Phenomena) ซึ่งได้จัดแสดง "ฟอสซิล" ร่างของสิ่งมีชีวิตนอกโลก จำนวน 2 ร่าง อายุ 700 ปี กับ 1,800 ปี ที่พบในเมืองกุสโกของเปรู เมื่อปี 2560 


โดยทั้งสองร่างที่นอนอยู่ในตู้กระจก มีรูปศีรษะยาว ไม่มีฟัน ดวงตาน่าจะมองเห็นได้ 3 มิติ มี 2 มือ มือแต่ละข้างมี 3 นิ้วเหมือนกัน อีกทั้ง DNA กับไข่ข้างในที่ตรวจพบก็ถูกระบุว่า "ไม่รู้จัก" 
 

 

ด้าน ไฮเม เมาซัน (Jaime Maussan) นักหนังสือพิมพ์และนักวิจัยชื่อดังของเม็กซิโก ที่นำการสืบสวนเกี่ยวกับปรากฎการณ์สิ่งมีชีวิตนอกโลก (alien phenomena) มาหลายทศวรรษ ได้เปิดตัวฟอสซิลที่เขาตั้งชื่อว่า "ลุ่มน้ำ" (watershed) ในรัฐสภา ซึ่งเขาบอก ว่า ซากที่พบไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของ "วิวัฒนาการภาคพื้นดินของเรา" โดย 30% ขององค์ประกอบทางพันธุกรรมของร่างทั้งสอง ยังคง "ไม่เป็นที่รู้จัก"

 

 


อีกทั้ง เมาซัน บอกว่าการตรวจตรวจหาอายุด้วยคาร์บอนกัมมันตรังสี (radiocarbon dating) โดยผู้เชี่ยวชาญจาก National Autonomous University of Mexico (UNAM) พบว่า ซากทั้งสองน่าจะมีอายุไม่ต่ำกว่า 1,000 ปี 


การนำเสนอที่แปลกประหลาดนี้ ก่อให้เกิดความตื่นเต้นในหมู่นักทฤษฎีสมคบคิดทางออนไลน์ แต่ก็ทำให้เกิดความสงสัยเช่นกัน มีคนมองเห็นความผิดปกติของฟอสซิล ที่ดูเหมือนถูกเคลือบด้วยสิ่งที่ดูเหมือนเป็นทราย แต่เมาซันที่เคยเกี่ยวข้องกับทฤษฎีที่เคยถูกหักล้างในอดีต ได้ยืนกรานภายใต้คำสาบานที่รัฐสภาว่า "ตัวอย่างเหล่านี้ ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของวิวัฒนาการบนโลกของเรา สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่ถูกพบหลังจากเจอซาก UFO แต่พบที่เหมืองไดอะตอม (diatom) หรือ สาหร่าย ก่อนจะก่อตัวเป็นฟอสซิล ในเวลาต่อมา"


เขาบอกด้วยว่า "ไม่ว่าทั้งสองร่างจะเป็นเอเลียนหรือไม่ เราไม่รู้ แต่พวกมันฉลาดและอยู่กับพวกเรา เราควรเขียนประวัติศาสตร์กันใหม่ เราไม่ได้อยู่ตามลำพังในจักรวาลอันกว้างใหญ่ เราควรยอมรับความเป็นจริงนี้" 


แต่สื่อฝรั่งเศส "El Pais" ได้ตั้งข้อสังเกตว่า จากรูปลักษณ์กระโหลกศีรษะที่ยาว แสดงให้เห็นว่าเหมือน "นก" โดยเฉพาะกระดูกที่แข็งแรง น้ำหนักเบา และไม่มีฟัน อีกทั้งภาพที่ได้จากการเอ๊กซ์เรย์ ยังแสดงให้เห็นว่าซากนี้มี "ไข่" ที่มีตัวอ่อนอยู่ข้างใน มีการฝังด้วยโลหะแคดเมียม (cadmium) กับ ออสเมียม (osmium) ซึ่งออสเมียมได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในแร่ธาตุที่มีค่าและหายากที่สุดบนเปลือกโลก


เมาซัน อธิบายว่าเหตุการณ์ที่เปลี่ยนมนุษย์ต่างดาวให้กลายเป็นฟอสซิล เป็นช่วงเวลาที่เรียกว่า "ลุ่มน้ำ" (watershed) ที่เม็กซิโก และซากทั้งสองได้ถูกส่งไปศึกษาที่ (UNAM) เพื่อให้นักวิทยาศาสตร์ตรวจหาอายุด้วยคาร์บอนกัมมันตรังสี 


อย่างไรก็ตาม เมื่อเหตุการณ์นี้ตกเป็นที่สนใจของชาวโลก อับราฮัม อาวี เลิ้บ (Abraham Avi Loeb) ผู้อำนวยการของ "Harvard Astronomy Department" ได้เรียกร้องให้รัฐบาลเม็กซิโก ยอมให้คณะนักวิทยาศาสตร์นานาชาติ มีส่วนร่วมในการศึกษาวิจัยด้วย