ข่าว

heading-ข่าว

เชื้อสายราชวงศ์บ้านพลูหลวง เยือนอยุธยาในรอบ 258 ปี

27 ก.พ. 2568 | 13:20 น.
เชื้อสายราชวงศ์บ้านพลูหลวง เยือนอยุธยาในรอบ 258 ปี

เชื้อสายราชวงศ์บ้านพลูหลวง เยือนอยุธยาในรอบ 258 ปี กลับมาเหยียบแผ่นดินบรรพบุรุษอีกครั้ง ณ พระราชวังโบราณ ใจกลางอยุธยา พร้อมกล่าวสั้นๆว่า ญาติที่อยุธยา ต้อนรับเราดีมากเหลือเกิน

เชื้อสาย ราชวงศ์บ้านพลูหลวง เยือนอยุธยาในรอบ 258 ปี ดอ เกศี ทูน เชียน เชื้อสายราชวงศ์บ้านพลูหลวงรุ่นที่ 7 เหลนพระเจ้าเอกทัศ เดินทางมากราบบรรพบุรุษที่อยุธยา

เชื้อสายราชวงศ์บ้านพลูหลวง เยือนอยุธยาในรอบ 258 ปี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

heading-ข่าวที่เกี่ยวข้อง

วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2568 ท่านดอ เกศี ทูน เชียน (KAY THI TUN SHEIN) เชื้อสายราชวงศ์บ้านพลูหลวงรุ่นที่ 7 และ ดร.วิน มินต์ ยิน สามี พร้อมบุตรสาว เดินทางมายังจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตามคำเชิญของสำนักการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และกลุ่มเวียงวังและคลังประวัติศาสตร์ ภายใต้การนำของ นายปัณณพัทธิ์ คำนึง นักวิชาการอิสระ โดยได้รับการสนับสนุนและประสานจากภาคส่วนต่าง ๆ มากมาย เช่น สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สำนักงานอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ตลอดจนหลายภาคส่วนที่ให้การต้อนรับ

 

ทายาทเชื้อสายราชวงศ์บ้านพลูหลวง กลับมาเหยียบแผ่นดินบรรพบุรุษอีกครั้ง ณ พระราชวังโบราณ ใจกลางอยุธยา อากาศที่เหมือนจะเข้าสู่ฤดูร้อนอบอ้าว กลับกลายเป็นความเย็นสบาย เมื่อคณะเยี่ยมชมพระราชวังโบราณได้พักใหญ่ ฝนเม็ดเล็กๆ ตกปรอยลงมาไม่หนาแน่น แต่ก็ไม่เบาให้เดินฝ่าได้ง่ายๆ เหมือนมีบางสิ่งที่อยากดลใจให้สายโลหิตของอดีตบูรพกษัตริย์ที่นี่ต้องหลบฝนอยู่ข้างใน ให้ใช้เวลาในสถานที่แห่งนี้นานไปอีกสักหน่อยหนึ่ง

 

ท่านดอเกสี (KAY THI TUN SHEIN) หญิงสูงวัยสัญชาติเมียนมาที่แต่งกายอย่างภูมิฐานสมวัย นั่งเหม่อมองไปยังต้นไม้และเหล่าซากโบราณสถานในที่ๆ เคยเป็นศูนย์กลางอาณาจักรอยุธยากว่า 417 ปี
หลังจากทีมงานจากสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและน้องๆ ปลากระป๋อง school นำพวงมาลัยมาสวัสดีต้อนรับ และสัมภาษณ์ถึงเรื่องราวต่างๆ มากมาย

เชื้อสายราชวงศ์บ้านพลูหลวง เยือนอยุธยาในรอบ 258 ปี

เชื้อสายราชวงศ์บ้านพลูหลวง เยือนอยุธยาในรอบ 258 ปี

คุณดอเกสี ได้รับพวงมาลัยพร้อมน้ำตารื้น ก่อนจะให้สัมภาษณ์

"ภาคภูมิใจและปลาบปลื้มใจมากที่ได้มาที่นี่ ที่ๆ บรรพบุรุษเล่าให้ฟังกันมาจากรุ่นสู่รุ่น"

สายตระกูลท่านเป็นทายาทจากสายของพระนางกุมมะเทวี มเหสีของพระเจ้ามินดง ซึ่งพระนางคือพระราชปนัดดา (เหลน) โดยตรงของสมเด็จพระเจ้าเอกทัศ กษัตริย์พระองค์สุดท้ายของกรุงศรีอยุธยา เหตุการณ์เสียกรุงศรีอยุธยา เป็นเหตุการณ์ที่สำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ไทย นอกจากการสูญเสียชีวิตและบ้านเมืองแล้ว ยังมีชาวอยุธยาจำนวนมหาศาลที่ถูกกวาดต้อนไปยังแผ่นดินพม่า เช่นเดียวกับบรรดาพระบรมวงศานุวงศ์ในตอนนั้นที่ถูกนำไปพม่ากว่า 2,000 พระองค์

ในเวลาต่อมา เจ้าหญิงอยุธยาจำนวนมากได้เป็นพระสนม หรือแต่งงานกับบรรดาเชื้อพระวงศ์ชั้นสูงของพม่า และมีทายาทสืบต่อมา จนกระทั่งพม่าเสียเอกราชให้อังกฤษ บรรดาเชื้อพระวงศ์ต่างก็ต้องแยกย้ายใช้ชีวิตเยี่ยงสามัญชน เช่นเดียวกับทายาทของเจ้านายเชื้อสายราชวงศ์บ้านพลูหลวง 

มีเรื่องเล่าของสายตระกูลที่น่าสนใจมากมาย ตกทอดถึงท่านดอเกสี เช่น เหตุการณ์คืนวันเสียกรุง 7 เมษายน 2310 ที่เล่าถึงเสียงระเบิด การหนีเอาตัวรอด และสถานที่สิ้นพระชนม์ของพระเจ้าเอกทัศ ซึ่งในตระกูลเล่าว่าสิ้นพระชนม์ ณ "ป้อมประตูชัย" การเลือกแต่งงานกันในบรรดาเจ้านายที่มีเชื้อสายอยุธยา แม้เวลาผ่านไปลูกหลานส่วนหนึ่งก็ยังเลือกจะแต่งงานกับไทยใหญ่ เชียงตุง (ซึ่งสำหรับชาวพม่าจะเชื่อว่ามีความใกล้ชิดกับไทยมากที่สุด) มากกว่าจะแต่งงานกับพม่าโดยสามีของท่านดอเกสีเองก็เป็นชาวเชียงตุง

ยังมีเรื่องการเก็บรักษาเถ้ากระดูกของบรรพบุรุษสายบ้านพลูหลวงที่ท่านเล่าว่า จะเก็บไว้ที่ "สุสานลินซินโกง" แม้นักวิชาการไทยจำนวนหนึ่งได้เคยสรุปว่าที่นั่นไม่ใช่ที่เก็บพระอัฐิของพระเจ้าอุทุมพร แต่สายตระกูลท่านได้เล่าต่อกันมาว่า พระอัฐิของพระเจ้าอุทุมพรอยู่ที่นั่น เช่นเดียวกับเถ้ากระดูกสายตระกูลท่านอื่นด้วย และยังมีการรวมญาติสายราชวงศ์บ้านพลูหลวงเพื่อไปสักการะบรรพบุรุษที่นั่นอยู่ถึงปัจจุบัน

ยังมีเกร็ดเรื่องเล่าอีกมากมายที่น่าสนใจ เติมเต็มหัวใจของคนรักประวัติศาสตร์อยุธยาได้ไม่น้อย การเดินทางมาครั้งนี้นำโดยคุณ ปัณณพัทธิ์ คำนึง นักวิชาการอิสระที่ทุ่มเทศึกษาเรื่องราวของเชื้อสายราชวงศ์บ้านพลูหลวงในฝั่งพม่ามาอย่างยาวนาน และได้รับการสนับสนุนและประสานจากภาคส่วนต่างๆมากมาย เช่น สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สำนักงานอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา รวมถึงเด็กๆอยุธยา ปลากระป๋อง school ที่ปีก่อนได้ผลิตสื่อล้านวิว พาคนดูเดินทางไปตามหาร่องรอยบรรพบุรุษอยุธยาที่ประเทศพม่า ซึ่งครั้งนี้ น้องๆกลับมาทำการต้อนรับเชื้อสายอยุธยากลับมาเยือนกรุงเก่า จนท่านดอเกสีปลาบปลื้มและเรียกเด็กๆด้วยภาษาไทยว่า "ลูกชาย"

และยังมีหลายบุคคลและภาคส่วนที่มาร่วมต้อนรับอย่างอบอุ่นอีกด้วย เหตุการณ์นี้อาจเป็นภาพประวัติศาสตร์ครั้งหนึ่ง ที่บุคคลอันมีเชื้อสายราชวงศ์บ้านพลูหลวงได้กลับมาเยือนดินแดนอยุธยา โดยได้รับการต้อนรับและความสนใจจากชาวไทยจำนวนมาก เหมือนรอคอยกันมานานหลายร้อยปี ในอดีตการเดินทางกลับมาของเชื้อสายพระเจ้าเอกทัศแทบไม่มีทางเป็นไปได้ ด้วยเงื่อนไขและกฎเกณฑ์ของสังคมในยุคนั้น 

แต่กาลเวลาที่หมุนผ่านไปกว่า 258 ปี ลูกหลานของอดีตกษัตริย์ ณ ที่แห่งนี้ ได้กลับมาสักการะดวงวิญญาณบรรพบุรุษถึงใจกลางอยุธยาแล้ว ก่อนกลับจากอยุธยา ท่านดอเกสีได้กล่าวสั้นๆว่า กลับไปแล้วจะบอกญาติที่พม่าว่า ญาติที่อยุธยา ต้อนรับเราดีมากเหลือเกิน

 

ขอขอบคุณ : Ayutthaya Tourism and Sports

ข่าวล่าสุด

heading-ข่าวล่าสุด

ข่าวเด่น

แพทย์แผนจีนชื่อดัง กระทำลูกเลี้ยงนาน 15 ปี แถมแม่รู้บอกให้ทน หวังสูบเงิน

แพทย์แผนจีนชื่อดัง กระทำลูกเลี้ยงนาน 15 ปี แถมแม่รู้บอกให้ทน หวังสูบเงิน

สะเทือนวงการ "นักแสดงดัง" ถูกพบเสียชีวิตพร้อมภรรยาในบ้านพัก

สะเทือนวงการ "นักแสดงดัง" ถูกพบเสียชีวิตพร้อมภรรยาในบ้านพัก

โหรดังเคาะแล้ว ราศีได้เงินก้อนเดือน มี.ค. กระเป๋าตุงแบบจุกๆ วาสนามาถึงแล้ว

โหรดังเคาะแล้ว ราศีได้เงินก้อนเดือน มี.ค. กระเป๋าตุงแบบจุกๆ วาสนามาถึงแล้ว

แฟนคลับตกใจ อดีตพระเอกชื่อดัง กลายเป็นจำเลย ปมหญิงสาวเสียชีวิตปริศนา

แฟนคลับตกใจ อดีตพระเอกชื่อดัง กลายเป็นจำเลย ปมหญิงสาวเสียชีวิตปริศนา

สังเกตอาการด่วน "ไข้อีดำอีแดง" ระบาด เด็กป่วยพุ่ง บางโรงเรียนสั่งหยุดแล้ว

สังเกตอาการด่วน "ไข้อีดำอีแดง" ระบาด เด็กป่วยพุ่ง บางโรงเรียนสั่งหยุดแล้ว