ข่าว

heading-ข่าว

หินปูนเกาะหลอดเลือดหัวใจ ปล่อยไว้ถึงชีวิต หลายคนเป็นไม่รู้ตัว

02 เม.ย. 2568 | 16:26 น.
หินปูนเกาะหลอดเลือดหัวใจ ปล่อยไว้ถึงชีวิต หลายคนเป็นไม่รู้ตัว

“หินปูนเกาะหลอดเลือดหัวใจ” ภัยเงียบที่อันตรายถึงชีวิต! หมอเจดเผย หินปูนไม่ได้มีแค่ในฟัน แต่สามารถสะสมในหลอดเลือดหัวใจ ทำให้เสี่ยงหัวใจวายเฉียบพลัน

ใครเสี่ยง “หินปูนเกาะหลอดเลือดหัวใจ” เช็กด่วน! พฤติกรรมเสี่ยงอย่างการกินอาหารไขมันสูง สูบบุหรี่ เบาหวาน และความดันโลหิตสูง อาจทำให้แคลเซียมสะสมในหลอดเลือด ส่งผลให้หัวใจทำงานหนักขึ้นจนเกิดภาวะอันตราย

"หมอเจดนพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา ได้ออกมาโพสต์ข้อความล่าสุดระบุว่า 

หินปูนเกาะหลอดเลือดหัวใจ ปล่อยไว้ถึงชีวิต หลายคนเป็นไม่รู้ตัว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

heading-ข่าวที่เกี่ยวข้อง

หินปูนเกาะหลอดเลือดหัวใจ” 
ปล่อยไว้เสี่ยงหัวใจวาย อันตรายถึงตุย!

ถ้าพูดถึง “หินปูน” หลายคนอาจคิดถึงคราบ
ที่เกาะอยู่ตามฟัน แต่รู้ไหมว่าหินปูนสามารถไปสะสมในหลอดเลือดหัวใจได้ด้วยนะครับ
และถ้าปล่อยไว้นาน ๆ มัทำให้หัวใจวายเฉียบพลันได้
เดี๋ยวเล่าให้ฟังนะครับ ว่าหินปูนเกาะหลอดเลือดหัวใจ (Coronary Artery Calcification, CAC) ว่ามันคืออะไร อันตรายแค่ไหน และเราจะป้องกันได้อย่างไร

1. หินปูนเกาะหลอดเลือดคืออะไร?
ถ้าให้อธิบายแบบเข้าใจง่าย ๆ หินปูนเกาะหลอดเลือดหัวใจ ก็คือการที่มี แคลเซียม ไปสะสมอยู่ตามผนังหลอดเลือดหัวใจของเรา โดยเฉพาะตรงที่มี ไขมันและคราบพลัค (plaque) อยู่แล้ว 
ซึ่งคราบพลัคพวกนี้ก็มักจะเกิดจาก ไขมัน LDL (ไขมันไม่ดี), การอักเสบ และสารอื่น ๆ ที่ไปสะสมกัน
พอแคลเซียมเข้ามาเกาะ คราบพลัคก็จะ แข็งตัวขึ้น และทำให้หลอดเลือดแคบลง เลือดไปเลี้ยงหัวใจได้น้อยลง ทีนี้ก็เสี่ยงที่จะเกิด หลอดเลือดหัวใจตีบ หรือร้ายแรงสุดก็คือ หัวใจวายเฉียบพลัน ได้

2. มันเกิดขึ้นได้ยังไง? ใครเสี่ยงบ้าง?
จริง ๆ แล้ว หินปูนเกาะหลอดเลือด ไม่ได้เกิดขึ้นแค่กับคนแก่เท่านั้นนะ แต่เริ่มเกิดขึ้นได้ตั้งแต่อายุ 30-40 ปีขึ้นไปเลย โดยเฉพาะคนที่มี พฤติกรรมเสี่ยง เหล่านี้

  • กินอาหารไขมันสูง  ของทอด ของมัน ของหวาน น้ำตาลสูง พวกนี้ทำให้ไขมันสะสมในหลอดเลือดได้เร็วขึ้น
  • สูบบุหรี่  นิโคตินและสารพิษในบุหรี่ทำให้หลอดเลือดอักเสบ เสี่ยงเกิดคราบพลัคง่ายขึ้น
  • ความดันโลหิตสูง ความดันที่สูงตลอดเวลาทำให้ผนังหลอดเลือดเสียหายและเกิดคราบหินปูนได้เร็ว
  • เบาหวาน  น้ำตาลในเลือดสูงติดต่อกันนานๆ ทำให้หลอดเลือดแข็งและอักเสบ
  • พันธุกรรม  ถ้าที่บ้านมีประวัติโรคหัวใจหรือหลอดเลือด แสดงว่าคุณก็มีโอกาสเสี่ยงมากขึ้น
  • ขาดการออกกำลังกาย – การไม่ค่อยขยับตัวทำให้ไขมันไม่ถูกเผาผลาญสะสมในร่างกายง่ายขึ้น

 

กินแคลเซียมไม่ถูกวิธี

ถ้าร่างกายได้รับ แคลเซียมมากเกินไป โดยเฉพาะจากอาหารเสริมแคลเซียม โดยไม่มีวิตามิน K2 หรือแมกนีเซียมช่วยควบคุม แคลเซียมอาจไปสะสมที่หลอดเลือดแทนที่จะไปเสริมกระดูก
ถ้ามีหลายข้อในนี้ ต้องเริ่มดูแลตัวเองแล้วนะ

3. อาการเป็นยังไง? เช็กตัวเองด่วน!
หลายคนเข้าใจว่า ถ้าหลอดเลือดหัวใจเริ่มมีหินปูนเกาะ จะต้องรู้สึกเจ็บหน้าอกหรือเหนื่อยง่ายทันที แต่จริง ๆ แล้ว มันเป็นภัยเงียบ เพราะอาจไม่มีอาการอะไรเลย จนกว่าหลอดเลือดจะตีบมาก ๆ หรืออุดตันไปแล้ว
แต่ถ้าเริ่มมีอาการพวกนี้ รีบไปหาหมอด่วนเลยนะ

  • เจ็บหน้าอกแน่น ๆ  โดยเฉพาะตอนออกกำลังกาย หรือเครียดจัด
  • เหนื่อยง่ายผิดปกติ  ทำอะไรนิดหน่อยก็หอบ ไม่เหมือนเมื่อก่อน
  • เวียนหัว หน้ามืด  เพราะเลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ
  • ใจสั่น หัวใจเต้นผิดจังหวะ  เป็นสัญญาณว่าหัวใจกำลังทำงานหนักกว่าปกติ
  • มือ เท้า หรือใบหน้าชา  ถ้าหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมองมีปัญหาด้วย อาจเกิดอาการแบบนี้ได้

บางคนกว่าจะรู้ตัวก็อาจสายไปแล้ว เพราะฉะนั้นอย่ารอให้มีอาการ รีบเช็กสุขภาพหัวใจตั้งแต่เนิ่น ๆ ดีกว่า

4. ตรวจยังไง รู้ได้มั้ยว่ามีหินปูนเกาะหลอดเลือด?
ปัจจุบันมีวิธีตรวจที่สามารถเช็กได้ว่า เรามีหินปูนเกาะหลอดเลือดหัวใจแล้วหรือยัง ซึ่งหมอส่วนใหญ่หมอจะแนะนำให้ทำในคนที่มีปัจจัยเสี่ยงสูง

  • CT Calcium Score (เอกซเรย์คำนวณแคลเซียมในหลอดเลือด) ตรวจโดยใช้เครื่อง CT Scan ดูว่ามีแคลเซียมสะสมในหลอดเลือดหัวใจเยอะแค่ไหน ยิ่งเยอะยิ่งเสี่ยงสูง
  • Echocardiogram (คลื่นเสียงสะท้อนหัวใจ) เช็กดูว่าหัวใจสูบฉีดเลือดปกติไหม
  • ตรวจเลือด (เช็กไขมันและน้ำตาลในเลือด)  ถ้าไขมัน LDL สูง หรือมีเบาหวาน ก็มีโอกาสเสี่ยงสูง

ถ้าผลออกมาว่ามีแคลเซียมสะสมเยอะ หมออาจแนะนำให้ปรับพฤติกรรมหรือให้ยาลดไขมัน เพื่อลดความเสี่ยงหัวใจวายในอนาคต

5. ป้องกันได้ไหม? ต้องดูแลตัวเองยังไง?
เราสามารถป้องกันหรือลดความเสี่ยงได้ แค่ต้องปรับไลฟ์สไตล์ให้เป็นมิตรกับหัวใจมากขึ้น

  • กินอาหารดี ๆ ลดของทอด ของมัน เน้นผัก ผลไม้ ธัญพืช และไขมันดี เช่น น้ำมันมะกอก อะโวคาโด
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ แค่เดินเร็ว 30 นาทีต่อวันก็ช่วยลดความเสี่ยงได้แล้ว
  • เลิกบุหรี่  ถ้ายังสูบอยู่ หยุดตอนนี้เลยดีกว่า
  • ลดเครียด นอนให้พอ ความเครียดทำให้ร่างกายหลั่งสารที่ทำให้ หลอดเลือดอักเสบและแข็งตัว
  • กินยาตามแพทย์สั่ง (ถ้าจำเป็น)  ถ้ามีไขมันสูง หรือความดันโลหิตสูง ควรควบคุมให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัย
  • ทานวิตามิน K2 และแมกนีเซีมควบคู่ไปด้วย จะช่วยลดความเสี่ยงได้

ฝากนะครับ หลายคนมีหินปูนเกาะหลอดเลือดหัวใจ แต่ไม่ทันสังเกต เพราะมันเไม่ได้มีอาการชัดเจน แต่ถ้าปล่อยไว้นาน ๆ อาจทำใหัเกิด โรคหัวใจและหัวใจวายเฉียบพลัน ได้
ทางที่ดีที่สุดคือ เช็กสุขภาพหัวใจตั้งแต่ตอนนี้ 
ปรับพฤติกรรม และป้องกันก่อนที่จะสายเกินไป  ดูแลตัวเองกันด้วยนครับ ใครมีคำถามคอมเมนต์ได้เลยนะครับ

ข่าวล่าสุด

heading-ข่าวล่าสุด

ข่าวเด่น

หวยลาววันนี้ 4/04/68 สถิติหวยลาว ตรวจหวยลาว ผลหวยลาววันนี้ หวยลาว

หวยลาววันนี้ 4/04/68 สถิติหวยลาว ตรวจหวยลาว ผลหวยลาววันนี้ หวยลาว

"อ.ปานเทพ" งานนี้ ตัดสินใจขอถามตรง ๆ เรื่องช่วยคนใต้ซากตึก สตง.

"อ.ปานเทพ" งานนี้ ตัดสินใจขอถามตรง ๆ เรื่องช่วยคนใต้ซากตึก สตง.

เจ้าของภาพเล่าเบื้องหลัง "ผู้ว่าฯชัชชาติ" หลับคอพับคาเก้าอี้

เจ้าของภาพเล่าเบื้องหลัง "ผู้ว่าฯชัชชาติ" หลับคอพับคาเก้าอี้

ผู้ว่าฯกทม. เผยสัญญาณชีพใต้ซากตึก สตง. หลังมีเสียงตะโกน ช่วยด้วย

ผู้ว่าฯกทม. เผยสัญญาณชีพใต้ซากตึก สตง. หลังมีเสียงตะโกน ช่วยด้วย

อย่าแตกตื่น อ.เจษฎ์ ไขข้อข้องใจ สมุทรปราการน้ำลดเยอะ เกิดจากอะไร

อย่าแตกตื่น อ.เจษฎ์ ไขข้อข้องใจ สมุทรปราการน้ำลดเยอะ เกิดจากอะไร